ควรหลีกเลี่ยง
- ท่ากลับหัว การกลั้นหายใจ และการเบ่งหรือฝืน ปรึกษาแพทย์โรคหัวใจก่อน
อ่านคู่มือฉบับเต็ม (ภาษาอังกฤษ)
คำถามที่พบบ่อย
โยคะดีต่อสุขภาพหัวใจไหม?
ดี งานวิจัยแสดงว่าโยคะอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ และทำให้คอเลสเตอรอลกับรอบเอวดีขึ้น โยคะเป็นตัวช่วยเสริม ไม่ได้แทนยาและการฟื้นฟูหัวใจ
ผู้ป่วยโรคหัวใจเล่นโยคะได้ไหม?
หลายคนทำได้เมื่อแพทย์โรคหัวใจเห็นชอบ เริ่มจากท่านั่งและท่านอน หายใจช้า ๆ โดยไม่กลั้นหายใจ เลี่ยงท่ากลับหัวและการเบ่ง และหยุดทันทีเมื่อเจ็บหน้าอกหรือหอบเหนื่อยผิดปกติ
โยคะแบบไหนป้องกันหัวใจวายได้?
ยังไม่มีโยคะแบบใดที่พิสูจน์ได้ว่าป้องกันหัวใจวาย โยคะเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอช่วยปรับปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และคอเลสเตอรอล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตที่ดีต่อหัวใจ ร่วมกับยา อาหาร การไม่สูบบุหรี่ และการเคลื่อนไหวร่างกาย
โยคะทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบหายได้ไหม?
ไม่ได้ หลอดเลือดที่ตีบต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ โยคะช่วยเรื่องความเครียด ความดันโลหิต และความฟิตควบคู่กับการรักษานั้นได้
เล่นโยคะหลังผ่าตัดหัวใจแบบเปิดหรือใส่ขดลวดปลอดภัยไหม?
โดยทั่วไปปลอดภัยเมื่อทีมแพทย์อนุญาตแล้ว หลังผ่าตัดหัวใจ ให้ทำตามข้อควรระวังเรื่องกระดูกหน้าอก คือห้ามใช้แขนดันตัวขึ้นหรือยืดอกลึก ๆ จนกว่าศัลยแพทย์จะอนุญาต
โยคะช่วยอาการใจสั่นได้ไหม?
การหายใจช้า ๆ อาจช่วยอาการใจสั่นที่เกี่ยวกับความเครียด และงานวิจัยขนาดเล็กพบว่าภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วเกิดน้อยลงเมื่อเล่นโยคะ อาการใจสั่นที่เพิ่งเกิดหรือเกิดบ่อยควรให้แพทย์ตรวจก่อนเสมอ
โยคะเพื่อหัวใจมีผลข้างเคียงไหม?
โยคะเบา ๆ มีความเสี่ยงต่ำ ปัญหามักเกิดจากการเบ่ง การกลั้นหายใจ ท่ากลับหัว ห้องร้อน และการลุกเร็วเกินไป ซึ่งอาจทำให้ความดันขึ้นหรือเวียนศีรษะ หยุดหากรู้สึกไม่สบาย
ผู้ป่วยโรคหัวใจควรเลี่ยงโยคะแบบไหน?
ท่ายืนด้วยศีรษะ ท่ายืนด้วยไหล่ และท่ากลับหัวอื่น ๆ การกลั้นหายใจ กปาลภาติและภัสตริกา โยคะร้อน ท่าแอ่นหลังลึก และท่าใดก็ตามที่ทำให้ต้องเบ่งหรือกลั้นหายใจ
โยคะปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวไหม?
งานวิจัยในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวที่อาการคงที่พบว่าโยคะเบา ๆ ดูปลอดภัย และอาจช่วยเพิ่มความทนทานในการออกกำลังกายและคุณภาพชีวิต ยกศีรษะให้สูงเมื่อนอน ฝึกสั้น ๆ และทำตามคำแนะนำของทีมแพทย์ที่ดูแลคุณ
โยคะช่วยเสริมการรักษา แต่ไม่ได้ทดแทนการรักษา ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งต่อไป และปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มฝึก โดยเฉพาะหากคุณมีโรคหัวใจ ความดันโลหิตที่ยังควบคุมไม่ได้ เพิ่งผ่าตัด ตั้งครรภ์ เป็นโรคลมชัก หรือมีอาการปวดรุนแรง
